GLOBAL TREND : อัตราคุ้มครองเงินฝาก (Coverage Ratios)

  • สรุปแนวโน้มระดับการคุ้มครองเงินฝากโดยระบบประกันเงินฝากทั่วโลก โดยครอบคลุมทั้งภาพรวมและแยกตามระดับรายได้ของแต่ละประเทศ (ประมาณ 80 ระบบประกันเงินฝาก)

  • ประเด็นสำคัญคือ การคุ้มครองเงินฝากในระดับบัญชีหรือผู้ฝากเงินมีอัตราสูงมากในทุกกลุ่มรายได้ของประเทศ แต่เมื่อดูในแง่มูลค่าของเงินฝาก พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินฝากที่เข้าเกณฑ์ (eligible deposit value) ไม่ได้รับประกัน และกว่า 60% ของเงินฝากทั้งหมดไม่ได้รับประกัน

สถานะปัจจุบันของการคุ้มครองเงินฝากทั่วโลก 

  • สัดส่วนบัญชีหรือผู้ฝากเงินที่ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน 
  • ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเทศรายได้สูง กลาง หรือต่ำ โดย อัตราคุ้มครองบัญชี/ ผู้ฝากเงิน (coverage ratios) เกิน 95% ในทุกกลุ่มรายได้
  • ในกลุ่มประเทศ G7 และ G20 อัตราคุ้มครองเฉลี่ยและค่ากลางสูงกว่า 98% ระดับการคุ้มครองเมื่อเทียบกับ GDP ต่อหัว
  • เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศกำหนดวงเงินคุ้มครองอยู่ที่ประมาณ 2 เท่าของ GDP ต่อหัว 
  • ประเทศรายได้สูงและรายได้ปานกลางค่อนไปต่ำมีแนวโน้มจะกำหนดวงเงินคุ้มครองใกล้เคียงกัน (1-3 เท่าของ GDP ต่อหัว) ประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปสูงมีวงเงินคุ้มครองสูงกว่า ส่วนประเทศรายได้ต่ำมีวงเงินคุ้มครองต่ำกว่า 

อัตราคุ้มครองในแง่มูลค่าเงินฝาก
(Coverage ratios in value of deposits)

โดยเฉลี่ยทั่วโลก:

  • 46% ของมูลค่าเงินฝากที่เข้าเกณฑ์ (eligible deposit value) ได้รับการประกัน
  • 38% ของเงินฝากทั้งหมด (total deposit value)  ได้รับการประกันหมายความว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินฝากที่เข้าเกณฑ์และกว่า 60% ของเงินฝากทั้งหมดไม่ได้รับประกัน
  • Case กลุ่มประเทศรายได้สูง เฉลี่ยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินฝากที่เข้าเกณฑ์ได้รับการประกัน
  • ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปต่ำ อัตราคุ้มครองเงินฝากทั้งหมด (coverage ratio of total deposits) เฉลี่ยเพียง 26% แม้ว่าจะมีอัตราคุ้มครองต่อบัญชีและต่อ GDP ใกล้เคียงกับประเทศรายได้สูง
  • ·สะท้อนถึงการกระจุกตัวของเงินฝากที่ไม่ได้รับประกันในบัญชีจำนวนน้อย

 

แนวโน้มตั้งแต่ปี 2015

  • อัตราคุ้มครองเงินฝากที่เข้าเกณฑ์ (coverage of eligible deposits) ทั่วโลกลดลง 13% ในช่วง 8 ปี    ที่ผ่านมา
  • อัตราคุ้มครองเงินฝากทั้งหมด (coverage ratio of total deposits) ลดลง 7%
  • การลดลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในปี 2021 (อัตราคุ้มครองลดลง 9.8% ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปสูง ลดลง 13.7%)
  • ปัจจัยที่มีผล ได้แก่ เงินเฟ้อสูง การปรับวงเงินคุ้มครองน้อย และเงินฝากภาคครัวเรือนโตเร็วช่วงโควิด-19

กรณีศึกษา: สหรัฐอเมริกา

  • ตัวอย่าง Silicon Valley Bank:
    • 94% ของเงินฝากไม่ได้รับประกันเพราะเกินวงเงิน USD250,000 ของ FDIC 
    • เงินฝากที่ไม่ได้รับประกันกระจุกตัวในลูกค้าจำนวนน้อย และเมื่อเกิดข่าวลือการล้มของธนาคาร กลุ่มนี้ถอนเงินอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธนาคารล้ม 
  • ธนาคารอื่นๆ ในสหรัฐฯ เช่น Bank of New York Mellon, State Street, Northern Trust, Citigroup และ HSBC Holdings
    • มีสัดส่วนเงินฝากที่ไม่ได้รับประกันเกิน 70%

 

ข้อเสนอเชิงนโยบาย 

  • มีการหารือเพื่อ เพิ่มวงเงินคุ้มครอง หรือ แยกประเภทผู้ฝากเงิน เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากเงินฝากที่ไม่ได้รับประกัน 
  • การกลับไปสู่ระดับอัตราคุ้มครองเดิม อาจต้องเพิ่มวงเงินคุ้มครองอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มเงินกองทุนสำหรับระบบประกันเงินฝาก โดยเฉพาะในประเทศรายได้สูงและปานกลางค่อนไปสูงที่อัตราคุ้มครองลดลงมาก

สรุป

ระบบประกันเงินฝากทั่วโลกยังคงคุ้มครองบัญชีและผู้ฝากเงินในสัดส่วนสูงมาก แต่ในเชิงมูลค่าเงินฝากที่ได้รับประกันกลับอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะในประเทศรายได้สูงและปานกลางค่อนไปสูง ปัจจัยหลักคือเงินฝากที่ไม่ได้รับประกันกระจุกตัวในกลุ่มลูกค้าจำนวนน้อย ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินหากเกิดวิกฤตการณ์ 


โดย: ฝ่ายวางแผยและวิจัย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

ปรับปรุงล่าสุด 27 ม.ค. 2569

สงวนสิทธิ์โดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

บทความอื่นๆ

ดูเพิ่มเติม